ผมร่วงเยอะมาก เกิดจากอะไร รู้สาเหตุ ป้องกัน วิธีรักษาให้ขายหาด!

ผมร่วงเป็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญ โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญต่อภาพลักษณ์ ปัญหานี้ส่งผลโดยตรงต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจ ยิ่งหากผมร่วงมากผิดปกติ การทำความเข้าใจสาเหตุจึงเป็นก้าวแรกของการแก้ไข ปัจจัยที่ทำให้ผมร่วงมีหลายประการ เช่น ความผิดปกติของฮอร์โมน ความเครียด การขาดสารอาหาร หรือแม้แต่พฤติกรรมดูแลเส้นผมที่ไม่เหมาะสม หากปล่อยไว้โดยไม่แก้ไข อาจนำไปสู่ภาวะผมบางหรือศีรษะล้านได้ ดังนั้น การวิเคราะห์สาเหตุและเลือกวิธีรักษาให้ตรงจุดจึงเป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพเส้นผม 

ติดตามบทความจาก The One Clinic เพื่ออ่านคำแนะนำดี ๆ ในการดูแลเส้นผมของคุณให้แข็งแรงและ วิธีแก้ผมร่วง โดยแพทย์ที่มีความชำนาญ

สารบัญ

ผมร่วงเกิดจากอะไร?

ผมร่วงเกิดจากอะไร

ปัญหาผมร่วงสามารถเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งทางพันธุกรรม ฮอร์โมน สุขภาพจิต และโรคต่าง ๆ ซึ่งการเข้าใจสาเหตุเหล่านี้ถึงต้นตอจะช่วยในการป้องกันและทำให้แพทย์ออกแบบการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. ผมร่วงกรรมพันธุ์

ภาวะผมร่วงที่สืบทอดทางพันธุกรรม หรือที่เรียกกันว่า Androgenetic Alopecia เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากความไวของรูขุมขนต่อฮอร์โมนแอนโดรเจน ส่งผลให้วงจรชีวิตของเส้นผมสั้นลง และผมบางลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งไม่สามารถสร้างเส้นผมใหม่ได้

2. การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน

ความไม่สมดุลของฮอร์โมน เช่น ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำหรือสูงเกินไป สามารถส่งผลให้วงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมผิดปกติ นอกจากนี้ ภาวะถุงน้ำในรังไข่ (Polycystic Ovary Syndrome – PCOS) หรือการเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ก็สามารถทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน

3. ผมร่วงหลังคลอด

หลังการคลอดบุตร ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เส้นผมที่อยู่ในระยะเจริญเติบโตเปลี่ยนเป็นระยะพัก ส่งผลให้ผมร่วงมากขึ้นในช่วง 2-4 เดือนหลังคลอด ซึ่งเป็นภาวะชั่วคราวและผมจะกลับมาเจริญเติบโตตามปกติ

4. ความเครียด

ความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น การเจ็บป่วยรุนแรง การผ่าตัด หรือปัญหาทางสุขภาพจิต สามารถกระตุ้นให้เส้นผมเข้าสู่ระยะพักเร็วขึ้น ส่งผลให้ผมร่วงมากขึ้น

5. โรคต่าง ๆ

  • โรคผิวหนัง: เช่น โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) หรือ หนังศีรษะอักเสบ (Seborrheic Dermatitis) ที่ทำให้รูขุมขนอักเสบและผมร่วง
  • โรคระบบภูมิคุ้มกัน: เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง (Systemic Lupus Erythematosus – SLE) ที่ทำให้ร่างกายโจมตีรูขุมขนเอง
  • ภาวะโลหิตจาง: การขาดธาตุเหล็กทำให้การส่งออกซิเจนไปยังรูขุมขนลดลง ส่งผลให้ผมอ่อนแอและร่วงง่าย
  • การติดเชื้อ: เช่น เชื้อราบนหนังศีรษะ หรือโรคซิฟิลิส ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเส้นผม

6. ปัจจัยอื่น ๆ

  • ยาบางชนิด: เช่น ยาเคมีบำบัด ยาลดความดันโลหิต หรือยารักษาสิวบางประเภท สามารถทำให้ผมร่วง หรือ ผมร่วงเป็นหย่อม เป็นผลข้างเคียง
  • การฉายรังสี: การรักษาด้วยรังสีที่ศีรษะหรือคอสามารถทำลายรูขุมขนและทำให้ผมร่วง
  • พฤติกรรมการจัดแต่งผม: การมัดผมแน่นเกินไป การใช้ความร้อนสูง หรือการใช้สารเคมีในการดัด ย้อมผมบ่อย ๆ สามารถทำให้ผมเสียหายและร่วงได้
  • ภาวะดึงผมตัวเอง: เป็นพฤติกรรมที่เกิดจากความเครียดหรือปัญหาทางจิตใจ ทำให้ผู้ป่วยดึงผมตัวเองจนผมร่วง

แยกให้ออก! ผมร่วงมีกี่ประเภท?

ปัญหาผมร่วงสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท โดยแต่ละประเภทมีสาเหตุ กลไกการหลุดร่วง และผลกระทบที่แตกต่างกันออกไป วันนี้ The One Clinic จะพาไปดูว่าภาวะผมร่วงที่พบได้บ่อยนั้นมีกี่ประเภท

1. Androgenetic Alopecia (ศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์)

  • เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมและฮอร์โมนแอนโดรเจน (DHT) ซึ่งทำให้รูขุมขนเล็กลงและอายุขัยของเส้นผมสั้นลง
  • พบได้ทั้งในเพศชายและหญิง แต่ในผู้ชายจะเห็นแนวผมร่นจากหน้าผากและกระหม่อม ส่วนผู้หญิงมักมีผมบางบริเวณกลางศีรษะ
  • เป็นภาวะถาวรที่มีแนวโน้มลุกลามหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี

2. Alopecia Areata (ผมร่วงเป็นหย่อม)

  • ผมร่วงเป็นหย่อม เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ ซึ่งทำให้เซลล์เม็ดเลือขาวโจมตีรูขุมขน ส่งผลให้ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ
  • สามารถเกิดขึ้นที่หนังศีรษะ คิ้ว ขนตา หรือแม้แต่ขนตามร่างกาย
  • ในบางกรณีอาจรุนแรงจนทำให้ผมร่วงทั่วศีรษะ (Alopecia Totalis) หรือทั่วร่างกาย (Alopecia Universalis)
  • ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นชั่วคราวหรือถาวร ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของแต่ละบุคคล

3. Telogen Effluvium (ผมร่วงจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหรือความเครียด)

  • เกิดจากเส้นผมเข้าสู่ระยะพักตัว (Telogen Phase) เร็วผิดปกติ ทำให้ผมร่วงมากกว่าปกติในช่วงเวลาสั้น ๆ
  • ปัจจัยกระตุ้น ได้แก่ ความเครียด โรคภัย การผ่าตัด การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว การตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และการใช้ยาบางชนิด
  • เป็นภาวะที่เกิดขึ้นชั่วคราวและผมสามารถงอกกลับมาได้ตามปกติเมื่อปัจจัยกระตุ้นหมดไป

ผมร่วง ผู้ชาย VS ผู้หญิง มีความแตกต่างกันอย่างไร?

ผมร่วง ผู้ชาย ผู้หญิง

อาการผมร่วงในผู้ชายและผู้หญิงมีความแตกต่างกันทั้งในรูปแบบการหลุดร่วงของเส้นผม สาเหตุหลัก และลักษณะการแสดงออก ลองตามหมอหนึ่งไปดูรายละเอียดกันนะคะ

1. รูปแบบและลักษณะของผมร่วง

  • ผู้ชาย: มักเกิดจาก Androgenetic Alopecia หรือศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์ โดยแนวผมจะเริ่มร่นจากหน้าผากเป็นรูปตัว M และบางลงบริเวณกระหม่อม จนอาจนำไปสู่ศีรษะล้านทั้งหมด
  • ผู้หญิง: มักพบว่าผมบางทั่วทั้งศีรษะโดยเฉพาะบริเวณกลางศีรษะ แต่แนวผมด้านหน้ายังคงอยู่ อาการมักไม่รุนแรงถึงขั้นศีรษะล้าน

2. สาเหตุหลักของผมร่วงในแต่ละเพศ

  • ผู้ชาย: ฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) มีบทบาทสำคัญในการทำให้รูขุมขนเล็กลง ส่งผลให้เส้นผมบางลงและงอกช้าลง
  • ผู้หญิง: สาเหตุอาจมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ภาวะฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงในวัยหมดประจำเดือน โรคไทรอยด์ หรือภาวะหลังคลอด

3. วิธีสังเกตอาการผมร่วง

  • หากผมร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวัน เป็นเวลานาน ควรสังเกตว่ามีการบางลงอย่างผิดปกติหรือไม่
  • ผู้ชาย อาจเริ่มสังเกตเห็นแนวผมร่นจากหน้าผากหรือมีผมบางที่กระหม่อม
  • ผู้หญิง อาจสังเกตว่าผมมีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะเมื่อรวบผม

ผมร่วงรักษาอย่างไร?

ปัญหาผมร่วงอาจดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากร่วงมากผิดปกติ อาจนำไปสู่ภาวะผมบางหรือศีรษะล้านได้ การรักษาผมร่วงให้ได้ผล จำเป็นต้องเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมน กรรมพันธุ์ ความเครียด หรือการดูแลเส้นผมที่ไม่เหมาะสม ปัจจุบันมีหลายวิธีช่วยแก้ไข เช่น การใช้ยากระตุ้นรากผม การรักษาด้วยเลเซอร์ PRP หรือแม้แต่การปลูกผม ทั้งนี้ การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลเป็นสิ่งสำคัญ มารู้จักแนวทางการรักษาผมร่วงอย่างถูกต้อง เพื่อฟื้นฟูเส้นผมให้แข็งแรงกลับมาอีกครั้ง

การใช้ยาในการรักษาผมร่วง

  • ยา Minoxidil (Rogaine): เป็นยาที่ใช้ในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม โดยช่วยยืดระยะเจริญเติบโตของเส้นผมและเพิ่มการไหลเวียนโลหิตที่หนังศีรษะ สามารถใช้ได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง แต่ต้องใช้ต่อเนื่องเพื่อรักษาผลลัพธ์
  • ยา Finasteride (Propecia): เป็นยาที่ใช้รักษาผมร่วงจากกรรมพันธุ์ในผู้ชาย โดยช่วยยับยั้งฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นสาเหตุของการฝ่อของรูขุมขน การใช้ยานี้ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น เนื่องจากอาจมีผลข้างเคียงเกี่ยวกับฮอร์โมน

การรักษาผมร่วงจากความเครียด

  • การจัดการความเครียด: ความเครียดส่งผลต่อฮอร์โมนและวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม ควรหาวิธีลดความเครียด เช่น การออกกำลังกาย การทำสมาธิ หรือการนอนหลับให้เพียงพอ
  • วิธีฟื้นฟูผมหลังความเครียด: การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่อ่อนโยน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และเพิ่มสารอาหารที่ช่วยบำรุงรากผม เช่น วิตามินบี ไบโอติน และธาตุเหล็ก

การรักษาผมร่วงจากกรรมพันธุ์

  • การรักษาผมร่วงที่เกิดจากกรรมพันธุ์สามารถทำได้โดยการใช้ยา Minoxidil หรือ Finasteride ในกรณีของผู้ชาย สำหรับผู้หญิงอาจใช้วิธีฮอร์โมนบำบัดร่วมกับผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของรากผม นอกจากนี้ การปลูกผมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ให้ผลลัพธ์ระยะยาว

การรักษาผมร่วงด้วยการปลูกผม

  • ข้อดีข้อเสียของการปลูกผม: การปลูกผมเป็นวิธีแก้ปัญหาระยะยาวที่ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม อาจมีค่าใช้จ่ายสูงและต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว
  • ขั้นตอนในการปลูกผม: วิธีปลูกผมที่นิยม ได้แก่ การปลูกผมแบบ FUE (Follicular Unit Extraction) ซึ่งเป็นการย้ายรากผมจากบริเวณที่แข็งแรงไปยังบริเวณที่ผมร่วง โดยต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การรักษาผมร่วงด้วยทรีทเมนต์และการบำรุงผม

  • การใช้ทรีทเมนต์ PRP (Platelet-Rich Plasma): เป็นเทคนิคที่ใช้พลาสมาที่อุดมไปด้วยเกล็ดเลือดฉีดเข้าสู่หนังศีรษะ เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมและฟื้นฟูรากผมให้แข็งแรงขึ้น
  • การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ: การเลือกใช้แชมพูลดผมร่วงที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ไบโอติน คาเฟอีน และวิตามินอี ช่วยลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผมและส่งเสริมสุขภาพของหนังศีรษะ

วิธีป้องกันผมร่วง

เส้นผมที่ไม่เหมาะสม การป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน บำรุงรากผมให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายเส้นผม มารู้จักวิธีป้องกันผมร่วงอย่างถูกต้องเพื่อให้ผมหนา สุขภาพดีไปนาน ๆ

1. การดูแลเส้นผมให้แข็งแรง

การดูแลเส้นผมอย่างถูกต้องสามารถช่วยลดความเสี่ยงของผมร่วงได้ วิธีที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง ได้แก่:

  • การเลือกแชมพูและครีมนวดที่เหมาะสม: ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่มีสารซัลเฟตหรือแอลกอฮอล์ที่อาจทำให้หนังศีรษะแห้งและระคายเคือง
  • วิธีการดูแลเส้นผมอย่างถูกต้อง: หลีกเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำร้อนเกินไป ควรใช้ปลายนิ้วนวดหนังศีรษะเบา ๆ ขณะสระผม เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
  • การเลือกรับประทานวิตามิน: สารอาหารที่สำคัญต่อสุขภาพเส้นผม ได้แก่:
    • Zinc (สังกะสี): มีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโตของเส้นผม
    • ไบโอติน (Biotin): ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเส้นผม
    • กรดไขมันโอเมก้า-3: ช่วยลดการอักเสบของหนังศีรษะและป้องกันผมร่วง

2. การปรับพฤติกรรมในการป้องกันผมร่วง

บางคนอาจมีปัญหาผมร่วงจากปัจจัยภายใน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถช่วยลดปัญหานี้ได้ เช่น:

  • การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์: อาหารที่อุดมด้วย วิตามินบี ธาตุเหล็ก และโปรตีน ช่วยบำรุงเส้นผมจากภายใน เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ถั่ว และผักใบเขียว
  • การหลีกเลี่ยงความเครียดและการนอนหลับเพียงพอ: ความเครียดสามารถทำให้เส้นผมหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น ควรหาวิธีผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ ออกกำลังกาย และนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง

3. การป้องกันผมร่วงจากสารเคมีและความร้อน

ปัจจัยภายนอก เช่น การใช้สารเคมีหรือความร้อนสูง อาจส่งผลให้เส้นผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น วิธีป้องกัน ได้แก่:

  • การหลีกเลี่ยงสารเคมีที่ทำร้ายเส้นผม: ลดการใช้สารเคมีแรง ๆ เช่น น้ำยาดัดผม ย้อมผม และฟอกสีผม หากจำเป็นควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอ่อนโยน
  • การลดการใช้เครื่องจัดแต่งผมที่ใช้ความร้อนสูง: ควรใช้ไดร์เป่าผมในอุณหภูมิต่ำ และหลีกเลี่ยงการหนีบหรือม้วนผมบ่อยเกินไป หากจำเป็นควรใช้เซรั่มหรือสเปรย์กันความร้อนก่อนจัดแต่งทรงผม

สังเกตตัวเอง! ผมร่วง เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

หากผมร่วงมากผิดปกติ เช่น ผมร่วงเป็นหย่อม มีอาการคัน แดง หรือเจ็บที่หนังศีรษะ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง นอกจากนี้ หากผมร่วงต่อเนื่องจนผมบางลงอย่างชัดเจน หรือเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นสัญญาณของภาวะสุขภาพที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษา

รักษาปัญหาผมร่วง ที่ The One Clinic

สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือผมร่วงเป็นหย่อม สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนังและเส้นผม ที่ The One Clinic ได้ทุกวัน แพทย์ของเราจะทำการซักประวัติและวินิจฉัยสาเหตุของอาการอย่างตรงจุด เพื่อให้การออกแบบวิธีการรักษานั้นมีประสิทธิภาพ เห็นผล และไม่กลับมาร่วงซ้ำ 

The One Clinic ให้บริการรักษาผมร่วงแบบครบวงจร ด้วยโปรแกรม Hair Multiplex ที่ผสานการฉีดยา เลเซอร์ และการบำรุงเส้นผมโดยแพทย์เฉพาะทาง สามารถนัดหมายหรือปรึกษาแพทย์ได้ทุกวัน โดย Add Line: @theoneclinic หรือ โทร. 093-5830921

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผมร่วง

Q : ผมร่วง กินวิตามินอะไรดี?

A: วิตามินที่อาจช่วยบำรุงเส้นผม ได้แก่ วิตามินบีรวม ไบโอติน ธาตุเหล็ก, และสังกะสี ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม แต่ต้องทานในปริมาณที่พอเหมาะสำหรับ 1 วัน

Q : ผมร่วงจากความเครียดหายได้ไหม?

A: หากสามารถลดความเครียดและดูแลสุขภาพโดยรวมได้ดี ผมร่วงจากความเครียดมักฟื้นตัวเองได้ภายในไม่กี่เดือน หรือสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด

Q: ผมร่วงหลังคลอด หายเองได้ไหม ?

A: ผมร่วงหลังคลอดเป็นภาวะชั่วคราวที่มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และส่วนใหญ่สามารถฟื้นตัวได้เอง ผมจะกลับมางอกใหม่และแข็งแรงตามปกติ

บทความที่คล้ายกัน

ผมร่วง

ผมร่วงเยอะมาก เกิดจากอะไร รู้สาเหตุ ป้องกัน วิธีรักษาให้ขายหาด!

ผมร่วงเยอะมากเกิดจากอะไร? เจาะลึกสาเหตุหลัก พร้อมวิธีป้องกันและรักษาผมร่วงแบบได้ผลปลอดภัย เพื่อให้ผมกลับมาหนาและสุขภาพดี

สิวยีสต์

สิวยีสต์ สิวเชื้อรา ไม่หายสักที! รู้สาเหตุ วิธีป้องกัน หมดปัญหาสิวกวนใจ

เป็นสิวยีสต์ สิวเชื้อรา ไม่หายสักที? รู้ทันสาเหตุที่แท้จริง พร้อมวิธีป้องกันและรักษาแบบตรงจุด ไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ เพื่อผิวหน้าที่ใสเรียบเนียนไร้สิวกวนใจ

หนังศีรษะลอก

หนังศีรษะลอก แห้ง คัน คืออะไร? รู้สาเหตุและวิธีรักษา เพื่อหนังศีรษะกลับมาสุขภาพดีอีกครั้ง

หนังศีรษะลอก แห้ง คัน เกิดจากอะไร? รู้สาเหตุและวิธีรักษา พร้อมเคล็ดลับดูแลหนังศีรษะให้กลับมาสุขภาพดี ลดอาการคันได้อย่างมีประสิทธิภาพกับ The One Clinic