ผมร่วงเป็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญ โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญต่อภาพลักษณ์ ปัญหานี้ส่งผลโดยตรงต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจ ยิ่งหากผมร่วงมากผิดปกติ การทำความเข้าใจสาเหตุจึงเป็นก้าวแรกของการแก้ไข ปัจจัยที่ทำให้ผมร่วงมีหลายประการ เช่น ความผิดปกติของฮอร์โมน ความเครียด การขาดสารอาหาร หรือแม้แต่พฤติกรรมดูแลเส้นผมที่ไม่เหมาะสม หากปล่อยไว้โดยไม่แก้ไข อาจนำไปสู่ภาวะผมบางหรือศีรษะล้านได้ ดังนั้น การวิเคราะห์สาเหตุและเลือกวิธีรักษาให้ตรงจุดจึงเป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพเส้นผม
ติดตามบทความจาก The One Clinic เพื่ออ่านคำแนะนำดี ๆ ในการดูแลเส้นผมของคุณให้แข็งแรงและ วิธีแก้ผมร่วง โดยแพทย์ที่มีความชำนาญ
สารบัญ
ผมร่วงเกิดจากอะไร?

ปัญหาผมร่วงสามารถเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งทางพันธุกรรม ฮอร์โมน สุขภาพจิต และโรคต่าง ๆ ซึ่งการเข้าใจสาเหตุเหล่านี้ถึงต้นตอจะช่วยในการป้องกันและทำให้แพทย์ออกแบบการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. ผมร่วงกรรมพันธุ์
ภาวะผมร่วงที่สืบทอดทางพันธุกรรม หรือที่เรียกกันว่า Androgenetic Alopecia เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากความไวของรูขุมขนต่อฮอร์โมนแอนโดรเจน ส่งผลให้วงจรชีวิตของเส้นผมสั้นลง และผมบางลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งไม่สามารถสร้างเส้นผมใหม่ได้
2. การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน
ความไม่สมดุลของฮอร์โมน เช่น ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำหรือสูงเกินไป สามารถส่งผลให้วงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมผิดปกติ นอกจากนี้ ภาวะถุงน้ำในรังไข่ (Polycystic Ovary Syndrome – PCOS) หรือการเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ก็สามารถทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน
3. ผมร่วงหลังคลอด
หลังการคลอดบุตร ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เส้นผมที่อยู่ในระยะเจริญเติบโตเปลี่ยนเป็นระยะพัก ส่งผลให้ผมร่วงมากขึ้นในช่วง 2-4 เดือนหลังคลอด ซึ่งเป็นภาวะชั่วคราวและผมจะกลับมาเจริญเติบโตตามปกติ
4. ความเครียด
ความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น การเจ็บป่วยรุนแรง การผ่าตัด หรือปัญหาทางสุขภาพจิต สามารถกระตุ้นให้เส้นผมเข้าสู่ระยะพักเร็วขึ้น ส่งผลให้ผมร่วงมากขึ้น
5. โรคต่าง ๆ
- โรคผิวหนัง: เช่น โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) หรือ หนังศีรษะอักเสบ (Seborrheic Dermatitis) ที่ทำให้รูขุมขนอักเสบและผมร่วง
- โรคระบบภูมิคุ้มกัน: เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง (Systemic Lupus Erythematosus – SLE) ที่ทำให้ร่างกายโจมตีรูขุมขนเอง
- ภาวะโลหิตจาง: การขาดธาตุเหล็กทำให้การส่งออกซิเจนไปยังรูขุมขนลดลง ส่งผลให้ผมอ่อนแอและร่วงง่าย
- การติดเชื้อ: เช่น เชื้อราบนหนังศีรษะ หรือโรคซิฟิลิส ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเส้นผม
6. ปัจจัยอื่น ๆ
- ยาบางชนิด: เช่น ยาเคมีบำบัด ยาลดความดันโลหิต หรือยารักษาสิวบางประเภท สามารถทำให้ผมร่วง หรือ ผมร่วงเป็นหย่อม เป็นผลข้างเคียง
- การฉายรังสี: การรักษาด้วยรังสีที่ศีรษะหรือคอสามารถทำลายรูขุมขนและทำให้ผมร่วง
- พฤติกรรมการจัดแต่งผม: การมัดผมแน่นเกินไป การใช้ความร้อนสูง หรือการใช้สารเคมีในการดัด ย้อมผมบ่อย ๆ สามารถทำให้ผมเสียหายและร่วงได้
- ภาวะดึงผมตัวเอง: เป็นพฤติกรรมที่เกิดจากความเครียดหรือปัญหาทางจิตใจ ทำให้ผู้ป่วยดึงผมตัวเองจนผมร่วง
แยกให้ออก! ผมร่วงมีกี่ประเภท?
ปัญหาผมร่วงสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท โดยแต่ละประเภทมีสาเหตุ กลไกการหลุดร่วง และผลกระทบที่แตกต่างกันออกไป วันนี้ The One Clinic จะพาไปดูว่าภาวะผมร่วงที่พบได้บ่อยนั้นมีกี่ประเภท
1. Androgenetic Alopecia (ศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์)
- เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมและฮอร์โมนแอนโดรเจน (DHT) ซึ่งทำให้รูขุมขนเล็กลงและอายุขัยของเส้นผมสั้นลง
- พบได้ทั้งในเพศชายและหญิง แต่ในผู้ชายจะเห็นแนวผมร่นจากหน้าผากและกระหม่อม ส่วนผู้หญิงมักมีผมบางบริเวณกลางศีรษะ
- เป็นภาวะถาวรที่มีแนวโน้มลุกลามหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี
2. Alopecia Areata (ผมร่วงเป็นหย่อม)
- ผมร่วงเป็นหย่อม เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ ซึ่งทำให้เซลล์เม็ดเลือขาวโจมตีรูขุมขน ส่งผลให้ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ
- สามารถเกิดขึ้นที่หนังศีรษะ คิ้ว ขนตา หรือแม้แต่ขนตามร่างกาย
- ในบางกรณีอาจรุนแรงจนทำให้ผมร่วงทั่วศีรษะ (Alopecia Totalis) หรือทั่วร่างกาย (Alopecia Universalis)
- ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นชั่วคราวหรือถาวร ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของแต่ละบุคคล
3. Telogen Effluvium (ผมร่วงจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหรือความเครียด)
- เกิดจากเส้นผมเข้าสู่ระยะพักตัว (Telogen Phase) เร็วผิดปกติ ทำให้ผมร่วงมากกว่าปกติในช่วงเวลาสั้น ๆ
- ปัจจัยกระตุ้น ได้แก่ ความเครียด โรคภัย การผ่าตัด การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว การตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และการใช้ยาบางชนิด
- เป็นภาวะที่เกิดขึ้นชั่วคราวและผมสามารถงอกกลับมาได้ตามปกติเมื่อปัจจัยกระตุ้นหมดไป
ผมร่วง ผู้ชาย VS ผู้หญิง มีความแตกต่างกันอย่างไร?

อาการผมร่วงในผู้ชายและผู้หญิงมีความแตกต่างกันทั้งในรูปแบบการหลุดร่วงของเส้นผม สาเหตุหลัก และลักษณะการแสดงออก ลองตามหมอหนึ่งไปดูรายละเอียดกันนะคะ
1. รูปแบบและลักษณะของผมร่วง
- ผู้ชาย: มักเกิดจาก Androgenetic Alopecia หรือศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์ โดยแนวผมจะเริ่มร่นจากหน้าผากเป็นรูปตัว M และบางลงบริเวณกระหม่อม จนอาจนำไปสู่ศีรษะล้านทั้งหมด
- ผู้หญิง: มักพบว่าผมบางทั่วทั้งศีรษะโดยเฉพาะบริเวณกลางศีรษะ แต่แนวผมด้านหน้ายังคงอยู่ อาการมักไม่รุนแรงถึงขั้นศีรษะล้าน
2. สาเหตุหลักของผมร่วงในแต่ละเพศ
- ผู้ชาย: ฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) มีบทบาทสำคัญในการทำให้รูขุมขนเล็กลง ส่งผลให้เส้นผมบางลงและงอกช้าลง
- ผู้หญิง: สาเหตุอาจมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ภาวะฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงในวัยหมดประจำเดือน โรคไทรอยด์ หรือภาวะหลังคลอด
3. วิธีสังเกตอาการผมร่วง
- หากผมร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวัน เป็นเวลานาน ควรสังเกตว่ามีการบางลงอย่างผิดปกติหรือไม่
- ผู้ชาย อาจเริ่มสังเกตเห็นแนวผมร่นจากหน้าผากหรือมีผมบางที่กระหม่อม
- ผู้หญิง อาจสังเกตว่าผมมีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะเมื่อรวบผม
ผมร่วงรักษาอย่างไร?
ปัญหาผมร่วงอาจดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากร่วงมากผิดปกติ อาจนำไปสู่ภาวะผมบางหรือศีรษะล้านได้ การรักษาผมร่วงให้ได้ผล จำเป็นต้องเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมน กรรมพันธุ์ ความเครียด หรือการดูแลเส้นผมที่ไม่เหมาะสม ปัจจุบันมีหลายวิธีช่วยแก้ไข เช่น การใช้ยากระตุ้นรากผม การรักษาด้วยเลเซอร์ PRP หรือแม้แต่การปลูกผม ทั้งนี้ การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลเป็นสิ่งสำคัญ มารู้จักแนวทางการรักษาผมร่วงอย่างถูกต้อง เพื่อฟื้นฟูเส้นผมให้แข็งแรงกลับมาอีกครั้ง
การใช้ยาในการรักษาผมร่วง
- ยา Minoxidil (Rogaine): เป็นยาที่ใช้ในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม โดยช่วยยืดระยะเจริญเติบโตของเส้นผมและเพิ่มการไหลเวียนโลหิตที่หนังศีรษะ สามารถใช้ได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง แต่ต้องใช้ต่อเนื่องเพื่อรักษาผลลัพธ์
- ยา Finasteride (Propecia): เป็นยาที่ใช้รักษาผมร่วงจากกรรมพันธุ์ในผู้ชาย โดยช่วยยับยั้งฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นสาเหตุของการฝ่อของรูขุมขน การใช้ยานี้ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น เนื่องจากอาจมีผลข้างเคียงเกี่ยวกับฮอร์โมน
การรักษาผมร่วงจากความเครียด
- การจัดการความเครียด: ความเครียดส่งผลต่อฮอร์โมนและวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม ควรหาวิธีลดความเครียด เช่น การออกกำลังกาย การทำสมาธิ หรือการนอนหลับให้เพียงพอ
- วิธีฟื้นฟูผมหลังความเครียด: การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่อ่อนโยน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และเพิ่มสารอาหารที่ช่วยบำรุงรากผม เช่น วิตามินบี ไบโอติน และธาตุเหล็ก
การรักษาผมร่วงจากกรรมพันธุ์
- การรักษาผมร่วงที่เกิดจากกรรมพันธุ์สามารถทำได้โดยการใช้ยา Minoxidil หรือ Finasteride ในกรณีของผู้ชาย สำหรับผู้หญิงอาจใช้วิธีฮอร์โมนบำบัดร่วมกับผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของรากผม นอกจากนี้ การปลูกผมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ให้ผลลัพธ์ระยะยาว
การรักษาผมร่วงด้วยการปลูกผม
- ข้อดีข้อเสียของการปลูกผม: การปลูกผมเป็นวิธีแก้ปัญหาระยะยาวที่ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม อาจมีค่าใช้จ่ายสูงและต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว
- ขั้นตอนในการปลูกผม: วิธีปลูกผมที่นิยม ได้แก่ การปลูกผมแบบ FUE (Follicular Unit Extraction) ซึ่งเป็นการย้ายรากผมจากบริเวณที่แข็งแรงไปยังบริเวณที่ผมร่วง โดยต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การรักษาผมร่วงด้วยทรีทเมนต์และการบำรุงผม
- การใช้ทรีทเมนต์ PRP (Platelet-Rich Plasma): เป็นเทคนิคที่ใช้พลาสมาที่อุดมไปด้วยเกล็ดเลือดฉีดเข้าสู่หนังศีรษะ เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมและฟื้นฟูรากผมให้แข็งแรงขึ้น
- การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ: การเลือกใช้แชมพูลดผมร่วงที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ไบโอติน คาเฟอีน และวิตามินอี ช่วยลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผมและส่งเสริมสุขภาพของหนังศีรษะ
วิธีป้องกันผมร่วง
เส้นผมที่ไม่เหมาะสม การป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน บำรุงรากผมให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายเส้นผม มารู้จักวิธีป้องกันผมร่วงอย่างถูกต้องเพื่อให้ผมหนา สุขภาพดีไปนาน ๆ
1. การดูแลเส้นผมให้แข็งแรง
การดูแลเส้นผมอย่างถูกต้องสามารถช่วยลดความเสี่ยงของผมร่วงได้ วิธีที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง ได้แก่:
- การเลือกแชมพูและครีมนวดที่เหมาะสม: ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่มีสารซัลเฟตหรือแอลกอฮอล์ที่อาจทำให้หนังศีรษะแห้งและระคายเคือง
- วิธีการดูแลเส้นผมอย่างถูกต้อง: หลีกเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำร้อนเกินไป ควรใช้ปลายนิ้วนวดหนังศีรษะเบา ๆ ขณะสระผม เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
- การเลือกรับประทานวิตามิน: สารอาหารที่สำคัญต่อสุขภาพเส้นผม ได้แก่:
- Zinc (สังกะสี): มีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโตของเส้นผม
- ไบโอติน (Biotin): ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเส้นผม
- กรดไขมันโอเมก้า-3: ช่วยลดการอักเสบของหนังศีรษะและป้องกันผมร่วง
2. การปรับพฤติกรรมในการป้องกันผมร่วง
บางคนอาจมีปัญหาผมร่วงจากปัจจัยภายใน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถช่วยลดปัญหานี้ได้ เช่น:
- การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์: อาหารที่อุดมด้วย วิตามินบี ธาตุเหล็ก และโปรตีน ช่วยบำรุงเส้นผมจากภายใน เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ถั่ว และผักใบเขียว
- การหลีกเลี่ยงความเครียดและการนอนหลับเพียงพอ: ความเครียดสามารถทำให้เส้นผมหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น ควรหาวิธีผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ ออกกำลังกาย และนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง
3. การป้องกันผมร่วงจากสารเคมีและความร้อน
ปัจจัยภายนอก เช่น การใช้สารเคมีหรือความร้อนสูง อาจส่งผลให้เส้นผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น วิธีป้องกัน ได้แก่:
- การหลีกเลี่ยงสารเคมีที่ทำร้ายเส้นผม: ลดการใช้สารเคมีแรง ๆ เช่น น้ำยาดัดผม ย้อมผม และฟอกสีผม หากจำเป็นควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอ่อนโยน
- การลดการใช้เครื่องจัดแต่งผมที่ใช้ความร้อนสูง: ควรใช้ไดร์เป่าผมในอุณหภูมิต่ำ และหลีกเลี่ยงการหนีบหรือม้วนผมบ่อยเกินไป หากจำเป็นควรใช้เซรั่มหรือสเปรย์กันความร้อนก่อนจัดแต่งทรงผม
สังเกตตัวเอง! ผมร่วง เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?
หากผมร่วงมากผิดปกติ เช่น ผมร่วงเป็นหย่อม มีอาการคัน แดง หรือเจ็บที่หนังศีรษะ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง นอกจากนี้ หากผมร่วงต่อเนื่องจนผมบางลงอย่างชัดเจน หรือเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นสัญญาณของภาวะสุขภาพที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษา
รักษาปัญหาผมร่วง ที่ The One Clinic
สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือผมร่วงเป็นหย่อม สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนังและเส้นผม ที่ The One Clinic ได้ทุกวัน แพทย์ของเราจะทำการซักประวัติและวินิจฉัยสาเหตุของอาการอย่างตรงจุด เพื่อให้การออกแบบวิธีการรักษานั้นมีประสิทธิภาพ เห็นผล และไม่กลับมาร่วงซ้ำ
The One Clinic ให้บริการรักษาผมร่วงแบบครบวงจร ด้วยโปรแกรม Hair Multiplex ที่ผสานการฉีดยา เลเซอร์ และการบำรุงเส้นผมโดยแพทย์เฉพาะทาง สามารถนัดหมายหรือปรึกษาแพทย์ได้ทุกวัน โดย Add Line: @theoneclinic หรือ โทร. 093-5830921
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผมร่วง
Q : ผมร่วง กินวิตามินอะไรดี?
A: วิตามินที่อาจช่วยบำรุงเส้นผม ได้แก่ วิตามินบีรวม ไบโอติน ธาตุเหล็ก, และสังกะสี ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม แต่ต้องทานในปริมาณที่พอเหมาะสำหรับ 1 วัน
Q : ผมร่วงจากความเครียดหายได้ไหม?
A: หากสามารถลดความเครียดและดูแลสุขภาพโดยรวมได้ดี ผมร่วงจากความเครียดมักฟื้นตัวเองได้ภายในไม่กี่เดือน หรือสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด
Q: ผมร่วงหลังคลอด หายเองได้ไหม ?
A: ผมร่วงหลังคลอดเป็นภาวะชั่วคราวที่มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และส่วนใหญ่สามารถฟื้นตัวได้เอง ผมจะกลับมางอกใหม่และแข็งแรงตามปกติ